logo ลงทุน1 - https://china-investmentcasting.com/
VI คืออะไร เหมาะกับนักลงทุนประเภทไหน

Date

VI คืออะไร
Value Investor (VI) หรือการลงทุนแบบเน้นคุณค่า คืออะไร? - Go Trade Here

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ ที่ต้องการจะลงทุนในหุ้นนั้น อาจจะพอรู้จักกับ VI (Value Investor)  กันมาบ้าง แต่ถ้าไม่รู้เลยวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ หุ้น VI คืออะไร สำหรับหุ้น VI หรือ Value Investor ในภาษาไทยแปลว่า นักลงทุนสายปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งจะเป็นหุ้นที่เหมาะกับนักลงทุนที่มองภาพในระยะกลาง จนไปถึงระยะยาว โดยจะมีการวิเคราะห์การเติบโตของบริษัทที่มาลงทุนซึ่งจะเกิดจากการดูด้านปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก รวมถึงจะต้องมีความอดทนต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาที่อาจจะผันผวนในระยะสั้นได้อีกด้วย

ดังที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ การลงทุนสาย VI ให้มากยิ่งขึ้นรวมถึงการวิเคราะห์หุ้นสายปัจจัยพื้นฐาน หากทุกคนพร้อมแล้วไปดูกัน

หุ้น VI คืออะไร

จุดเริ่มต้นคือต้องมารู้จักเสียก่อน สำหรับ นักลงทุนสายหุ้น VI นั้น จะเป็นนักลงทุนเน้นคุณค่า หรือ Value Stock โดยในส่วนของหัวใจหลักนั้น จะเป็นการประเมินมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น (Intrinsic Value) เพื่อมาใช้การตัดสินใจเข้าซื้อหรือขายออกไปนั่นเอง โดยวิธีการวิเคราะห์ในการตัดสินใจเพื่อซื้อหุ้น จะดูจาก ราคาปัจจุบัน จะมีมูลค่าต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง หรือในการตัดสินใจขายหุ้นนั้น จะดูจากราคาปัจจุบันนั้นมีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง สำหรับ “มูลค่าที่แท้จริง” (Intrinsic Value) จะสามารถคำนวณได้จากการคิดคาดการณ์กระแสเงินสดในอนาคตให้อยู่ในรูปแบบของมูลค่าในปัจจุบัน (DCF) โดยอาจจะเป็นการคำนวณได้ค่อนข้างยากสำหรับนักลงทุนที่มีข้อมูลของธุรกิจนั้น ๆ ไม่เพียงพอนั่นเอง

เทคนิคการเลือกหุ้นของรักลงทุนสาย VI

สำหรับการวิเคราะห์หุ้นของนักลงทุนสาย VI นั้นจะสามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ

  1. Top Down Analysis จะเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการจะเห็นภาพรวมของเศรษฐกิจก่อนจึงค่อยมองหาหุ้นที่น่าสนใจ โดยการวิเคราะห์ในรูปแบบนี้นั้น จะเป็นการมองภาพกว้างที่สุดแล้วค่อยมองภาพเล็ก จะเริ่มจากการพิจารณาจากเศรษฐกิจโดยรวม และดูปัจจัยร่วมขณะนั้นว่าเอื้อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมใดบ้าง (Mega Trend) เพื่อเลือกลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์มากที่สุด
  2. Bottom Up Analysis จะเหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีความเชื่อมั่นว่ากิจการของหุ้นตัวที่เลือกไว้นั้น มีความมั่นคงและมีโอกาสในการเติมโต โดยการวิเคราะห์รูปแบบนี้นั้น จะเป็นการมองย้อนจากภาพเล็กไปสู่ภาพใหญ่ จะเป็นการวิเคราะห์จากความสามารถในการทำกำไร ซึ่งจะเป็นการมองในทิศทางตรงข้ามกับแบบที่หนึ่ง แต่หลักการดูในแต่ละอุตสาหกรรมนั้นยังสามารถใช้วิธีเดียวกันได้ สำหรับวิธีนี้ จะเป็นการเน้นอิงผลกับผลประกอบการเป็นหลัก ซึ่งจะมีการวิเคราะห์จากอัตราส่วนทางการเงิน รวมถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ความได้เปรียบในการแข่งขันในอุตสาหกรรมเดียวกัน และจากนั้นจึงขยายไปมองภาพรวมอุตสาหกรรมและภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ

อ่านบทความเพิ่มเติม
https://china-investmentcasting.com

เครดิตภาพ สลอต
https://google.com/

Facebook
Twitter

บทความแนะนำอื่นๆ