logo ลงทุน1 - https://china-investmentcasting.com/
NAV คือ อะไร ก่อนจะลงทุนกองทุนรวมควรรู้จักกับสิ่งนี้ก่อน

Date

NAV คือ

NAV คือ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากจำนวนของ NAV นั้นสามารถส่งผลได้ถึงการลงทุนของนักลงทุนหรือประชาชนทั่วไปนั่นเอง ซึ่ง NAV นั้นถือว่าเป็นตัวที่จะกำหนดกำไรหรือขาดทุนของการลงทุนเลยก็ว่าได้ ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ NAV นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากนั่นเอง แล้ววันนี้เราได้มีข้อมูลของ NAV มาให้ได้ดูกันด้วย และข้อมูลของ NAV ที่เราแนะนำมาให้ดูนั้นมีดังนี้ 

มาทำความรู้จักกับ NAV กัน | NAV คือ

NAV คือ Net Asset Value หรือ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ นั่นคือมูลค่าของทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนรวมนั้นเอง นอกจากนี้ NAV นั้นยังสามารถหมายถึงผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่ทางกองทุนรวมนั้นได้รับจากการลงทุนด้วย โดยจะเป็นผลประโยชน์ที่มีการลงทุนในขณะเวลาใดเวลาหนึ่งนั่นเอง ซึ่งมูลค่าของสินทรัพย์ของกองทุนรวมนั้นจะถูกหักออกด้วยค่าใช้จ่ายและหนี้สินของกองทุนรวมทั้งหมดเสียก่อน โดยปกติแล้วจะมีการคำนวณมูลค่าของสินทรัพย์กองทุนรวมตามราคาของตลาดนั่นเอง ซึ่งในทุก ๆ วันนั้นจะทำการคำนวณหามูลค่าสินทรัพย์สุทธิเพื่อให้สะท้อนถึงมูลค่าที่เกิดขึ้นจากความเป็นจริงในตลาดนั่นเอง โดยมูลค่าเหล่านี้จะแสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงไปของสภาวะตลาดตามจริง โดยเราได้มีวิธีในการคำนวณหา NAV หรือมูลค่าสินทรัพย์สุทธิมาให้ดูกันด้วย ถ้าใครพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธินั้นสามารถคำนวณได้อย่างไร 

ในการคำนวณหา NAV สามารถทำได้อย่างไรบ้าง 

สำหรับใครที่อยากรู้ว่า NAV นั้นสามารถคำนวณได้อย่างไรบ้างนั้นเราได้มีมาให้ผู้ชมทุกท่านได้ดูกันด้วย โดยปกติแล้ว ถึงที่ไม่มีการซื้อขายในแต่ละวันนั้นจ้าทำการคำนวณออกมาโดยใช้ราคายุติธรรมหรือที่เราเรียกกันว่าราคาเสนอครั้งสุดท้ายมาใช้เพื่อเป็นการคำนวณนั่นเอง โดยเราจะนำมูลค่าสินทรัพย์ตามราคาตลาดที่เราได้กล่าวไปก่อนหน้านี้มารวมกับผลตอบแทนสะสมนั่นเอง นอกจากนี้ เฮียรวมเงินสดเข้ามาอีกด้วย และหลังจากที่เราได้ผลรวมของทั้ง 3 ตัวมาแล้วนั้น ให้หักด้วยค่าใช้จ่ายและหนี้สินของกองทุนรวมทั้งหมด เพียงเท่านี้คุณก็จะได้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิมาแล้วนั่นเอง 

นอกจากนี้ ทางบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนนั้นจะเป็นผู้ทำการคิดคำนวณราคาของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิหรือค่า NAV ขึ้นมาอีกด้วย โดยทางบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนนั้นจะได้ทำการเปิดเผยให้กับเหล่าผู้ลงทุนทั้งหลาย นอกจากนี้ อย่างเปิดเผยให้กับทางประชาชนทั่วไปได้ทราบกันอีกด้วย โดยการคำนวณคิดราคาของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิหรือค่า NAV นั้นจะทำกันเป็นประจำกันอยู่แล้ว ครั้งนี้ก็เพื่อให้เหล่านักลงทุนและประชาชนได้ทราบถึงมูลค่าของสินทรัพย์เหล่านี้นั่นเอง แต่ในกรณีที่กองทุนนั้นปิดก็จะมีการประกาศให้ทางผู้ลงทุนหรือประชาชนนั้นได้รู้กันก่อนนั่นเอง โดยการประกาศนั้นจะทำในทุกวันทำการสุดท้ายของแต่ละสัปดาห์ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทางนักลงทุนและประชาชนได้ทราบกันก่อนนั่นเอง แต่สำหรับในกรณีที่กองทุนนั้นเปิดก็จะมีการประกาศให้เหล่านักลงทุนและประชาชนทั่วไปได้ทราบกันในทุก ๆ วันนั่นเอง ซึ่งการประกาศมูลค่าทรัพย์สินสุทธินั้นจะทำการประกาศณที่ทำการของบริษัทตัวแทนจำหน่าย หรือว่าบนเว็บไซต์ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนนั่นเอง และอีกหนึ่งที่ที่จะประกาศมูลค่าสินทรัพย์สุทธิเลยก็คือในหน้าหนังสือพิมพ์ธุรกิจนั่นเอง โดยการประกาศบนหน้าหนังสือพิมพ์นั้นจะทำอย่างน้อย 1 ฉบับเพื่อให้นักลงทุนหรือประชาชนทั่วไปที่ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจอ่านหนังสือพิมพ์สามารถรับรู้ได้นั่นเอง 

และถึงแม้ว่าราคาที่ได้ทำการประกาศไปนั้นจะที่แสดงอยู่ในรูปของมูลค่าต่อหน่วยลงทุน ซึ่งเป็นการใช้ราคามูลค่าทรัพย์สินสุทธิหรือ NAV นั้นมาทำการหารด้วยจำนวนของหน่วยเงินลงทุนที่ได้ถูกนำออกมาจำหน่ายทั้งหมดแล้วนั่นเอง โดยมูลค่าเหล่านี้จะเป็นมูลค่าต่อหน่วยลงทุนที่สามารถมีจำนวนสูงขึ้นหรือมีจำนวนต่ำลงมาก็ได้นั่นเอง และถ้าหากมูลค่าต่อหน่วยเงินลงทุนนั้นมีจำนวนสูงขึ้น หรือสูงขึ้นมากกว่าราคาที่ได้ทำการลงทุนไว้ในตอนแรกนั้น จะเท่ากับว่าผู้ลงทุนนั้นอยู่ในฐานะของกำไร ในขณะเดียวกัน ถ้าหากมูลค่าต่อหน่วยเงินลงทุนนั้นมีจำนวนที่น้อยกว่าราคาที่ได้ลงทุนไว้ในครั้งแรก จะหมายความว่าผู้ลงทุนนั้นอยู่ในฐานะของการลงทุนที่ขาดทุนนั่นเอง 

ในการประกาศมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยนั้นก็มีสิ่งสำคัญที่เหล่านักลงทุนหรือประชาชนทั่วไปนั้นควรทราบเลยก็คือมูลค่าต่อหน่วยเงินลงทุนที่ได้ประกาศนั้นเป็นมูลค่าที่สามารถคำนวณได้จากราคาของตลาดหลักทรัพย์ในวันก่อนหน้าที่เป็นวันประกาศก่อน 1 วันเสมอนั่นเอง โดยข้อมูลเหล่านี้นั้นถือว่าเป็นข้อมูลที่สำคัญเป็นอย่างมาก เราจะยกตัวอย่างเพื่อให้ผู้ชมนั้นได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น เช่น หากมูลค่าของหน่วยเงินลงทุนที่ถูกประกาศไปในวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565 โดยราคาที่ได้ถูกประกาศนั้นจะเป็นราคาที่ถูกคำนวณได้ของวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2565 นั่นเอง ดังนั้นให้ผู้ชมทุกท่านได้จำเลยไว้ว่าหากคุณนั้นต้องการขายหรือซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมในวันที่ 2 สิงหาคม คุณจะยังไม่สามารถทราบถึงราคาที่จะซื้อหรือขายหน่วยเงินลงทุนในวันนั้นได้ในทันที คุณจำเป็นจะต้องรอราคาของวันนั้นที่จะถูกประกาศในวันถัดไปนั่นเอง 

ข้อดีของ NAV นั้นมีความน่าสนใจอย่างไร | NAV คือ

สำหรับข้อดีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิที่เราได้นำมาให้ผู้ชมทุกท่านได้ดูนั้นมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 2 ข้อนั่นเอง โดยข้อดีทั้ง 2 ข้อของ NAV ที่เราได้นำมาให้ดูนั้นมีดังนี้

ตัวเลขที่แสดงถึงมูลค่า NAV นั้นเป็นข้อมูลที่แท้จริง | NAV คือ

สำหรับข้อดีข้อแรกของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิหรือ NAV ที่เราได้นำมาให้ดูกันเลยก็คือ เราสามารถทราบได้ว่ามูลค่าเท่านั้นเป็นมูลค่าตามจริงนั่นเอง โดยตัวเลขของ NAV ที่ถูกประกาศออกมานั้นสามารถบ่งบอกถึงมูลค่าของกองทุนรวมที่แท้จริงได้ โดยข้อมูลของมูลค่ากองทุนรวมนั้นสามารถบอกถึงผู้ที่ทำการถือหน่วยลงทุนได้ว่าจะทำการตัดสินใจซื้อหรือขายกองทุนรวมหรือไม่ นอกจากนี้ เรายังสามารถทราบได้ด้วยว่าในการซื้อหรือขายนั้นจะมีราคาอยู่ที่เท่าไหร่ โดยการดูมูลค่าทรัพย์สินสุทธิหรือ NAV สามารถดูได้ที่ช่องราคาขายสำหรับใครที่ต้องการจะซื้อ โดยทางบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนนั้นเป็นผู้ที่ขายให้กับคุณนั่นเอง ในขณะเดียวกัน หาคนเป็นผู้ลงทุนที่ต้องการจะขายนั้นให้ดูที่ช่องราคารับซื้อคืน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วราคารับซื้อคืนนั้นจะมีจำนวนที่ต่ำกว่าราคาขายนั่นเอง 

ตัวเลขของมูลค่า NAV สามารถแสดงถึงการดำเนินงานของกองทุนรวม

และข้อดีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอีก 1 ข้อที่เราได้นำมาให้ผู้ชมทุกท่านได้ดูกันในก็คือ ตัวเลขของ NAV หนังแสดงถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของกองทุนรวมนั่นเอง โดยมูลค่าของ NAV ที่ได้ถูกประกาศไปนั้นจะเป็นตัวเลขที่เราสามารถทราบได้ถึงผลการดำเนินงานของกองทุนรวมได้นั่นเอง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าสินทรัพย์สุทธินั้นจะทำให้ผู้ถือหุ้นหรือผู้ที่ลงทุนนั้นทราบถึงการบริหารของกองทุนรวมในแต่ละกองทุน นอกจากนี้ ตัวเลขของมูลค่าทรัพย์สินสุทธินั้นยังส่งผลทำให้เหล่าผู้ที่ถือหน่วยนั้นได้กำไรหรือขาดทุนเป็นจำนวนเท่าไหร่อีกด้วย โดยตัวเลขของมูลค่าเหล่านี้นั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวันนั่นเอง 

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาของ NAV เปลี่ยนแปลงไปมีอะไรบ้าง | NAV คือ 

เมื่อเราทราบถึงประโยชน์ของ NAV แล้วว่าจะทำให้ผู้ที่ถือหน่วยนั้นได้กำไรหรือไม่ อีกหนึ่งสิ่งที่คุณควรรู้เลยก็คือปัจจัยที่ทำให้ตัวเลขของมูลค่าเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง และปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาของมูลค่าสินทรัพย์สุทธินั้นเปลี่ยนแปลงไปมีดังนี้ 

การประเมินของมูลค่าสินทรัพย์กองทุน หรือ Valuation of Investments

สำหรับปัจจัยแรกที่ทำให้มูลค่าของ NAV นั้นเปลี่ยนแปลงไปเลยก็คือการประเมินมูลค่าของทรัพย์สินกองทุนเล่นเอง โดยปัจจัยในข้อนี้จะส่งผลทำให้มูลค่าเปลี่ยนเนื่องจากราคาของ NAV นั้นมีที่มาจากการคำนวณมูลค่าสินทรัพย์ที่อยู่ในมือของกองทุน ในช่วงขณะเวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ราคาที่ได้ถูกหยิบมาใช้สำหรับการประเมินนั้นจะแตกต่างกันออกไป และถ้าหากเป็นตราสารทุนงั้นจะใช้ราคาปิดที่เป็นราคาจริงที่เกิดขึ้นในแต่ละวันนั้นเอง โดยเราจะสามารถรับรู้ได้จากการประกาศของทางตลาดหลักทรัพย์ ในขณะเดียวกัน หากเป็นตราสารหนี้ที่มีสภาพคล่องในการซื้อขายต่ำ หรือเป็นราคาที่สามารถปิดได้ยาก นอกจากนี้ สินทรัพย์ที่ลงทุนไปนั้นไม่มีราคาตลาด จึงทำให้กองทุนรวมนั้นต้องใช้ราคายุติตามหลักเกณฑ์ที่มีการกำหนดขึ้นโดยสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีที่ได้รับการอนุญาตโดยประเทศไทยนั้นเอง ทั้งนี้ ยังสามารถใช้ราคาเสนอครั้งสุดท้ายที่เป็นราคาในการคำนวณได้อีกด้วย ด้วยเหตุนี้การประเมินมูลค่าทรัพย์สินกองทุนจึงทำให้ราคา NAV นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้นั่นเอง 

การซื้อขายสินทรัพย์ของกองทุน หรือ Purchase / Sale of Securities

และอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้มูลค่าของ NAV นั้นได้เปลี่ยนแปลงไปได้แก่การซื้อขายสินทรัพย์ของกองทุนนั่นเอง โดยการซื้อขายสินทรัพย์เหล่านี้นั้นจะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจของเหล้าผู้จัดการกองทุน ซึ่งการซื้อข้าวและขายทรัพย์สินออกจากกองทุนนั้นสามารถทำให้ราคา NAV นั้นเปลี่ยนแปลงไปได้เป็นธรรมดา 

คุณภาพของสินทรัพย์กองทุนที่มีอยู่ หรือ Quality of Securities

สำหรับปัจจัยอีกหนึ่งข้อที่ทำให้ราคาของ NAV นั้นเปลี่ยนไปเลยก็คือ คุณภาพของสินทรัพย์ที่กองทุนมีอยู่นั่นเอง โดยหากสินทรัพย์ที่ทางกองทุนนั้นมีอยู่เป็นสินทรัพย์ที่มีคุณภาพจะส่งผลทำให้กองทุนนั้นมีผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น และจะทำให้ราคาของ NAV ดันสูงขึ้นตามไปด้วย แต่ในทางกลับกัน หากสินทรัพย์ของกองทุนนั้นด้อยคุณภาพ ก็จะทำให้ผลตอบแทนของกองทุนนั้นต่ำลงหรือเรียกได้ว่าขาดทุน ก็จะส่งผลทำให้ราคาของ NAV นั้นน้อยตามลงไปด้วยนั่นเอง 

ผลตอบแทนที่ยังไม่ได้รับ หรือ Unrealized Return

อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลทำให้ราคาของ NAV นั้นเปลี่ยนไปเลยก็คือ ผลตอบแทนที่ยังไม่ได้รับนั่นเอง หลายคนอาจจะสงสัยว่าผลตอบแทนเหล่านี้นั้นคืออะไร โดยผลตอบแทนที่ว่านั้นก็คือกำไรหรือขาดทุนที่เกิดขึ้นในการประกาศของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนนั่นเอง โดยกำไรและขาดทุนเหล่านี้จะส่งผลทำให้ราคาของ NAV สามารถลดหรือเพิ่มขึ้นได้นั่นเอง 

จำนวนหนี้สินและค่าใช้จ่ายของกองทุน หรือ Liabilities and Expenses

สำหรับปัจจัยข้อสุดท้ายที่เราได้นำมาให้ดูกันนั้นเป็นปัจจัยที่ส่งผลทำให้ราคาของ NAV สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ ซึ่งปัจจัยในข้อนี้ได้แก่จำนวนหนี้สินหรือค่าใช้จ่ายที่ทางกองทุนนั้นมีนั่นเอง โดยหากทางกองทุนนั้นมีหนี้สินหรือค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก จะส่งผลทำให้ราคาของ NAV นั้นลดลงไปนั่นเอง แต่ในขณะเดียวกัน หากทางกองทุนนั้นไม่มีหนี้สินและมีค่าใช้จ่ายน้อย ก็จะทำให้ราคาของ NAV นั้นขึ้นสูงแทนนั่นเอง

อ่านบทความเพิ่มเติม
https://china-investmentcasting.com/กองทุน/

เครดิต
https://google.com

สนับสนุนโดย
คาสิโนออนไลน์ / เซ็กซี่บาคาร่า / เว็บตรง

Facebook
Twitter

บทความแนะนำอื่นๆ