logo ลงทุน1 - https://china-investmentcasting.com/
FED คือใคร ทําไมถึงมีผลต่อตลาดนักลงทุนทั่วโลก

Date

FED คือใคร

FED คือใคร ? FED (Federal Reserve System) หรือ ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2456 โดยมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติธนาคารกลาง หลังจากเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินหลายครั้ง ทำให้เกิดความจำเป็นในการควบคุมจากส่วนกลาง การบรรเทาวิกฤตการณ์ทางการเงินในระบบการเงิน ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในปี 2473 และภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในปี 2543 นำไปสู่การขยายบทบาทและความรับผิดชอบของระบบธนาคารกลาง รัฐสภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกาได้กำหนดวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการสำหรับนโยบายการเงินใน Federal Reserve Act คือ การเพิ่มการจ้างงาน เสถียรภาพด้านราคาและเสถียรภาพของอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว สองเป้าหมายแรกบางครั้งเรียกว่าเป็นอาณัติคู่ของธนาคารกลาง บทบาทของธนาคารกลางมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การขยายในปี 2552 เฟดยังดูแลและกำกับดูแลธนาคาร ซึ่งรวมถึงการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและการให้บริการทางการเงินแก่สถาบันรับฝากเงินของรัฐบาลสหรัฐฯ และหน่วยงานรัฐบาลต่างประเทศ 

ผลกระทบตลาดหุ้นจากการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด | FED คือใคร

หลังจากดัชนีราคาผู้บริโภคปรับตัวพุ่งขึ้นต่อเนื่องตามในกรอบที่นักลงทุนคาดการณ์ ทำให้นักวิเคราะห์ทยอยปรับคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 3-4 ครั้งในปี 2565 เพื่อควบคุมเงินเฟ้อให้กลับลงมาอยู่ในกรอบ 2% ตามที่เฟดตั้งเป้าหมายไว้ นอกจากนั้นข้อมูลจากตลาดสัญญาซื้อ-ขายล่วงหน้าในปัจจุบันสะท้อนว่านักลงทุนคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 3 ครั้งในปีนี้

เมื่อดอกเบี้ยเปลี่ยนทิศทางเป็นขาขึ้น สิ่งที่นักลงทุนส่วนใหญ่ตั้งคำถามคือตลาดหุ้นจะร่วงลงหรือไม่ หุ้นเติบโตอย่างกลุ่มเทคโนโลยีมีแนวโน้มจะปรับตัวลงอย่างรุนแรงมากกว่าหุ้นกลุ่มอื่นๆ หรือไม่ จากสถิติในอดีตพบว่าในช่วงที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลายครั้งต่อเนื่องอย่างเช่นในปี 2547 และ 2559 ช่วงก่อนการปรับขึ้นดอกเบี้ย 3-6 เดือน ตลาดหุ้นมีแนวโน้มผันผวนและปรับตัวลง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการปรับตัวลงของตลาดหุ้นในช่วงก่อนขึ้นดอกเบี้ยไม่ได้รุนแรงและหลังจากที่ดอกเบี้ยเริ่มปรับตัวขึ้น 1-2 ครั้ง ตลาดหุ้นก็เริ่มคงที่และกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ผลกระทบตลาดคริปโตจากการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

การที่ธนาคารกลางได้ขึ้นดอกเบี้ยจะส่งผลให้การมีการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งก็เป็นไปตามกลไกของตลาด ในเมื่อของแพงขึ้น เราก็จะใช้จ่ายน้อยลง ซึ่งก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่จะสามารถทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวและปัญหาภาวะเงินเฟ้อก็จะลดลงตามไปด้วย ซึ่งในด้านของการลงทุนจะสามารถเห็นได้ทั่วไปเลยที่คนเรามักจะลงทุนในสิ่งที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อให้ได้กำไรมหาศาล ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าตลาดคริปโตนั้นเป็นตลาดที่มีความเสี่ยงสูงจากการผันผวนของราคาที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งในช่วงที่ดอกเบี้ยถูก จะมีความเป็นไปได้ที่คนจะแห่ลงทุนในตลาดคริปโตเพราะถือว่าได้ให้ผลตอบแทนสูง แต่ถ้าหากเฟดขึ้นดอกเบี้ยแล้วการที่จะยังลงทุนในจุดที่มีความเสี่ยงสูงอยู่นั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ตอบโจทย์เท่าไรนัก

โดยเมื่อต้นปีในเดือนมกราคมที่ผ่านมาในช่วงที่ตลาดคริปโตยังเป็นสีเขียวอยู่ก็กลายเป็นสีแดงอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เฟดประกาศจะขึ้นดอกเบี้ยภายในสองถึงสามเดือนข้างหน้าจากที่คาดการณ์กันว่าเฟดน่าจะขึ้นดอกเบี้ยในกลางปี ซึ่งการส่งสัญญาณว่าจะขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนั้นทำให้ตลาดคริปโตกลายร่วงลงอย่างรุนแรงทั้งกระดานกลายเป็นสีแดงอย่างน่าตกใจ ซึ่งในตอนนั้นราคาของ บิตคอยน์ได้ร่วงลงจาก $47,000 ไปเป็น $42,000 และเหรียญดิจิตอลอื่นๆ ก็ปรับตัวลงหนักเช่นกัน ทำให้มีนักลงทุนหลายคนขาดทุนเป็นอย่างหนัก ท้ายที่สุด เฟดได้ประกาศอีกครั้งว่าการขึ้นดอกเบี้ยนั้นจะไม่ใช่การขึ้นดอกเบี้ยในเรทที่สูง ถึงทำให้ตลาดคริปโตสามารถฟื้นตัวกลับมาเขียวอีกครั้ง

อ่านบทความเพิ่มเติม
https://china-investmentcasting.com/

เครดิตภาพ

https://www.gcap.co.th/

https://www.ft.com/

https://www.tmbameastspring.com/

Facebook
Twitter

บทความแนะนำอื่นๆ