logo ลงทุน1 - https://china-investmentcasting.com/
วางแผนการ รับมรดกและภาษี

Date

รับมรดกและภาษี

เมื่อพูดถึง “มรดก” หลายคนอาจมีภาพของการอ่านพินัยกรรมแบบในละคร แต่จริง ๆ แล้ว มรดกยังมีเรื่องการคำนวณอัตราภาษีและการยื่นจ่ายภาษีตามกฎหมายด้วย หรือที่เรียกกันว่า “ภาษีมรดก” นั่นแหละ  รับมรดกและภาษี จะเป็นอย่างไรไปดูกันเลย

มรดก คือ ทรัพย์สินทุกชนิด รวมถึงสิทธิ หน้าที่และความรับผิดชอบต่าง ๆ ตลอดจนหนี้สิน ที่ส่งทอดจากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่งเมื่อเสียชีวิต

ผู้ได้รับมรดก บ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ  | รับมรดกและภาษี

– กลุ่มผู้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด คือ ผู้สืบสันดาน บิดา มารดา พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน

– กลุ่มทายาทโดยพินัยกรรม คือ ผู้รับพินัยกรรมตามที่ได้ระบุไว้ในพินัยกรรม

รับมรดกและภาษี คือ ภาษีที่เก็บจากมูลค่าทรัพย์สินของทายาท หลังได้รับจากกองมรดกของผู้ตาย หากผู้รับมรดกใกล้ชิดกับผู้ตาย ก็มีโอกาสรับภาระภาษีน้อยกว่า เพราะมีกำหนดค่าลดหย่อนและอัตราภาษีที่เป็นประโยชน์กับผู้รับที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ตายไว้

การ รับมรดกและภาษี โดยภาษีมรดก 5 ประเภท มีดังนี้ 

1. อสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ที่ดิน สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ 

2. หลักทรัพย์ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ได้แก่ หุ้น หุ้นกู้ หน่วยลงทุน ตราสารหนี้ และตราสารอนุพันธ์ต่าง ๆ

3. เงินฝาก หรือเงินอื่นใดที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน

4. ยานพาหนะ ที่มีหลักฐานทางทะเบียน ได้แก่ รถยนต์ เรือ รถจักรยานยนต์

5. ทรัพย์สินทางการเงินที่กำหนดเพิ่มขึ้นตามกฎหมายในอนาคต

ตามกฎหมายภาษีมรดก หากผู้รับมรดกไม่ใช่บุคคลโดยสัญชาติไทยหรือกฎหมายไม่ได้ถือว่าเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทยแล้ว ทรัพสินที่ต้องเสียภาษีจะเหลือเที่ยงทรัพย์สินที่อยู่ในไทยเท่านั้น

อัตราการเสียภาษีการรับมรดก 

– หากผู้รับมรดกได้รับมรดกโดยมีมูลค่าสุทธิ (มูลค่าทรัพย์สิน-หนี้สิน) เกินกว่า 100 ล้านบาท ผู้รับมรดกต้องเสียภาษีส่วนที่เกินในอัตราคงที่ 10% หากได้รับมรดกไม่เกิน 100 ล้านบาท ไม่จำเป็นต้องเสียภาษี

– หากผู้รับมรดก เป็นบุพการี (บิดา มารดา ปู่ย่า ตายาย ทวด) หรือผู้สืบสันดาน (ลูก หลาน เหลน ลื่อ บุตรบุญธรรม บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว) ต้องเสียภาษี 5%

การยกเว้นภาษีมรดก ตามกฎหมายภาษีมรดก

1. ได้รับมรดกมูลค่าสุทธิไม่ถึง 100 ล้านบาท

2. เป็นคู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายกับเจ้าของมรดก

3. ได้รับมรดกก่อนวันที่กฎหมายบังคับใช้ (กฎหมายภาษีมรดก บังคับใช้วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559)

4. นำมรดกไปใช้เพื่อกิจการศาสนา กิจการศึกษา สาธารณประโยชน์

5. ผู้รับมรดกเป็นหน่วยงานของรัฐ และนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อกิจการศาสนา การศึกษาหรือสาธารณประโยชน์

6. ผู้รับมรดกเป็นองค์กรระหว่างประเทศตามข้อผูกพันที่ไทยมีอยู่ 

การยื่นเสียภาษีมรดก 

ผู้รับมรดกเกิน 100 ล้านบาท ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีการรับมรดก (ภ.ม.60) และชำระภาษีภายใน 150 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับมรดก ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา

วางแผนภาษีมรดก อย่างไรดี

– ทยอยโอนทรัพย์สินให้ลูกหลานก่อนเสียชีวิตปีละไม่เกิน 20 ล้านบาท จนเหลือไม่ถึง 100 ล้านบาท

– กระจายทรัพย์สินให้ลูกหลานคนละไม่เกิน 100 ล้านบาท

– แปลงทรัพย์สินเป็นรูปแบบอื่นที่ได้รับการยกเว้นภาษี

– ซื้อประกันชีวิต ซึ่งผลประโยชน์จากประกันชีวิตไม่ถือว่าเป็นมรดก

– จัดตั้งเป็นมูลนิธิ ทำสาธารณประโยชน์ พร้อมจดทะเบียนต่อกรมสรรพากร เพื่อขอยกเว้นภาษีได้

อ่านบทความเพิ่มเติม
https://china-investmentcasting.com/

เครดิตภาพ

https://www.pinterest.com/

Facebook
Twitter

บทความแนะนำอื่นๆ