logo ลงทุน1 - https://china-investmentcasting.com/
เคยสงสัยไหมว่า ตัวอักษรหลังหุ้น คืออะไร มาทำความรู้จักกันที่ละตัว

Date

ตัวอักษรหลังหุ้น

หุ้น นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากการเล่นหุ้นนั้นทำให้นักลงทุนทั้งหลายนั้นได้เงินอย่างง่ายดายนั่นเอง เพียงแค่ทำการเทรดหุ้นเพียงเท่านี้ ก็สามารถซื้อหุ้นได้แล้วนั่นเอง แต่ทั้งนี้ ในการเล่นหุ้นนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เนื่องจกการเล่นหุ้นให้ได้เงินเป็นจำนวนมากนั้นจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจในนช่วงนั้น หรือว่าการบริการงานของบริษัทเช่นเดียวกันโดยสิ่งเหล่านี้นั้นสามารถทำให้ราคาหุ้นสูงขึ้นหรือต่ำลงได้ คุณจะสามารถสังเกตได้ว่าผู้ที่เล่นหุ้นทั้งหลายนั้นจะมีทักษะในการวิเคราะห์หุ้นเป็นอย่างดี จึงทำให้สามารถเข้าหล่านั้นสามารถทำเงินจำนวนมหาศาลจากการเล่นหุ้นได้นั่นเอง สำหรับใครที่กำลังสนใจในเรื่องของหุ้นอยู่ เราจะพาคุณไปรู้จักกับ “หุ้น” เองว่าเป็นอย่างไร และ ตัวอักษรหลังหุ้น คืออะไร

มาทำความรู้จักกับหุ้นกัน

หุ้น หรือ Stock นั้นเป็นเสมือนตราสารที่ทางกิจการนั้นจะทำการออกให้กับผู้ถือหรือที่เราเรียกกันว่า Holder นั่นเอง โดยในการออกสารนี้ก็เพื่อเป็นการระดมเงินทุนไปใช้ในกิจการที่คุณกำลังซื้อนั่นเอง ซึ่งผู้ที่ทำการถือตราสารทุนนั้นจะมีฐานะเป็นเสมือนกับเจ้าของกิจการที่คุณทำการซื้อไว้นั่นเอง โดนคุณจะมีส่วนได้ส่วนเสียกับธุรกิจหรอืกิจการนั้น ๆ นั่นเอง นอกจากนี้ คุณยังมีสิทธิในทรัพย์สิน และรายได้ของธุรกิจและกิจการนั้น ๆ อีกด้วย และที่สำคัญ การในซื้อหุ้นของธุรกิจหรือกิจการนั้นยังทำให้คุณนั้นมีโอกาสได้รับผลตอบแทนอีกด้วย โดยผลตอบแทนในที่นี้เราจะเรียนกว่าเงินปันผล หรือ Dividend นั่นเอง ซึ่งเงินปันผลเหล่านี้นั้นจะขึ้นอยู่กับผลกำไร และข้อตกลงของกิจการนั้น ๆ ที่ได้ทำการกำหนดตั้งแต่ประกาศขายหุ้นนั่นเอง

นอกจากนี้ หุ้น หรือ Stock ในปัจจุบันนี้นั้นยังมีมากกว่าหนึ่งประเภทอีกด้วย สำหรับผู้ชมมท่านไหนที่ยังไม่รู้จักกับประเภทของหุ้นนั้น วันนี้เราได้มีประเภทของมาให้ผู้ชมทุกท่านได้ศึกษากันด้วย

ประเภทของหุ้นมีอะไรบ้าง

สำหรับประเภทของหุ้นในปัจจุบันนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทได้แก่ หุ้นสามัญ และ หุ้นบุริมสิทธิ นั่นเอง เรามาดูกันดีกว่าว่าหุ้นทั้ง 2 ประเภทนี้นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

หุ้นสามัญ หรือ Common Stock 

สำหรับหุ้นประเภทแรกที่เราได้นำมาให้ผู้ชมทุกท่านได้รู้จักกับได้แก่ หุ้นสามัญ หรือ Common Stock นั่นเอง สำหรับหุ้นประเภทนี้นั้นเป็นเสมือนตราสารที่จะออกโดยบริษัทมหาชนจำกัด (บมจ.) เท่านั้น โดยบริษัทมหาชนเหล่านี้นั้นมีความต้องการเพื่อระดมเงินทุนจากประชาชนนั่นเอง และสำหรับผู้ถือหุ้นสามัญนั้นก็จะสามารถมีสิทธิ์ร่วมในการเป็นเจ้าของบริษัทด้วยนั่นเอง นอกจากนี้ ผู้ที่ถือหุ้นสามัญนั้นยังสามารถมีสิทธิสำหรับการออกเสียงหรือลงมติในที่ประชุมที่ผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนหนังสือคลองอยู่ได้อีกด้วย หากพูดง่าย ๆ ก็คือ ผู้ถือหุ้นสามัญนั้นมีสิทธิ์ในการตัดสินใจแก้ปัญหาสำคัญของบริษัทตามที่ประชุมได้นั่นเอง โดยปัญหาเหล่านี้สามารถเป็นปัญหาเกี่ยวกับการเพิ่มทุนของบริษัท ปัญหาในการจ่ายเงินปันผล หรือว่าจะเป็นการควบรวมกิจการของบริษัทก็ได้ อีกหนึ่งสิทธิของผู้ที่ถือหุ้นสามัญเลยก็คือ ผู้ที่ถือหุ้นนั้นจะมีสิทธิ์ได้รับเงินปันผลของบริษัท ในกรณีที่บริษัทนั้นมีผลกำไรนั้นเอง นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้รับส่วนแบ่งจากกำไรที่เป็นส่วนต่างของราคาเมื่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทนั้นปรับตัวสูงขึ้นอีกด้วย และที่สำคัญ ผู้ที่ถือหุ้นสามัญนั้นยังมีสิทธิในการจองหุ้นที่ออกใหม่เมื่อบริษัทนั้นมีการเพิ่มทุนมือถือมีการจัดสรรใบสำคัญที่แสดงถึงสิทธิต่าง ๆ ให้กับผู้ถือหุ้นด้วยนั่นเอง 

หุ้นบุริมสิทธิ หรือ Preferred Stock 

สำหรับหุ้นอีกหนึ่งประเภทที่เราได้นำมาให้ผู้ชมทุกท่านได้รู้จักกันได้แก่ หุ้นบุริมสิทธิ หรือ Preferred  Stock นั่นเอง สำหรับหุ้นประเภทนี้นั้นจะเป็นคล้ายกับตราสารที่ผู้ถือหุ้นนั้นจะมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของกิจการเช่นเดียวกัน โดยจะมีความคล้ายคลึงกับหุ้นสามัญ แต่ถึงแม้ว่าผู้ที่ถือหุ้นบุริมสิทธิทินั้นจะไม่มีสิทธิ์ในการออกเสียงหรือลงมติในที่ประชุมผู้ถือหุ้น แต่หากบริษัทหรือกิจการที่ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธินั้นทำการถืออยู่ก็จะได้รับเงินปันผลที่ได้จากผลกำไรจากกิจการนั้น ๆ เช่นเดียวกัน แต่ผลกำไรที่ได้นั้นจะเป็นผลกำไรที่มีอัตราคงที่ โดยจะเป็นจำนวนที่มากหรือน้อยกว่าผู้ถือหุ้นสามัญก็เป็นได้ ในขณะเดียวกันผู้ที่ถือหุ้นสามัญนั้นจะได้รับเงินที่เป็นจำนวนเงินไม่เท่ากันเสมอไป โดยจะคิดจากเปอร์เซ็นต์ของกำไรที่ได้นั่นเอง นอกจากนี้ หากกิจการที่ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธินั้นถูกล้มเลิกหรือเลิกกิจการ และมีการชำระบัญชีโดยการขายทรัพย์สิน ผู้ที่ถือหุ้นในประเภทนี้นั้นจะได้รับเงินคืนทุนก่อนผู้ที่ได้ถือหุ้นสามัญนั่นเอง 

หลังจากที่เรารู้จักกับประเภทของหุ้นแล้วว่ามีด้วยการอยู่ทั้งหมด 2 ประเภทได้แก่ หุ้นสามัญ และ หุ้นบุริมสิทธิ เราจึงได้มีอีกหนึ่งข้อมูลที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับการเล่นหุ้นมาให้ดูกันด้วย ซึ่งนั่นก็คือตัวอักษรหลังหุ้นนั่นเอง โดยตัวอักษรหลังหุ้นหรือเครื่องหมายหุ้นที่เราสังเกตนั้นจะมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง สำหรับใครที่อยากรู้แล้วว่าสัญลักษณ์เหล่านี้นั้นสื่อถึงอะไร เราไปติดตามชมกันต่อได้เลย 

ตัวอักษรหลังหุ้น คืออะไร

สำหรับใครที่กำลังเริ่มเทรดหุ้นหรือซื้อหุ้นนั้นอาจจะมีความสงสัยเกี่ยวกับสัญลักษณ์ตัวอักษรหลังหุ้นว่าสิ่งเหล่านี้คืออะไร ทำไมในบางวันนั้นมีสัญลักษณ์หรือตัวอักษรหลังหุ้นที่แตกต่างกัน และสัญลักษณ์เหล่านั้นหมายถึงอะไร หรือส่งผลอย่างไรกับนักลงทุนบ้าง วันนี้เราได้มีข้อมูลมาให้กับผู้ชมทุกท่านได้ดูกัน โดยสัญลักษณ์หรือตัวอักษรหลังหุ้นนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากตัวอักษรหลังหุ้นเปรียบเสมือนเครื่องหมายที่แสดงถึงความเคลื่อนไหวหรือเรื่องราวอัพเดทของหุ้นในแต่ละตัวนั้นเอง โดยในบางครั้งตัวอักษรหลังหุ้นนั้นอาจจะส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อสิทธิและผลประโยชน์ของนักลงทุนได้ ซึ่งตัวอักษรหลังหุ้นนี้จึงมีผลที่จะทำให้นักลงทุนงั้นตัดสินใจขายหุ้นที่ถืออยู่ทิ้งไปนั่นเอง โดยตัวอักษรหลังหุ้นที่เราได้นำมาให้ดูนั้นมีดังนี้ 

ตัวอักษรหลังหุ้น ในตระกูล X 

สำหรับตัวอักษรหลังหุ้นในรูปแบบแรกที่เราได้นำมาให้ผู้ชมทุกท่านได้รู้จักกันได้แก่ ตัวอักษรหลังหุ้นที่อยู่ในตระกูล X นั่นเอง โดยตัวอักษรหลังหุ้นในตระกูล X นั้นจะมีให้ผู้ชมทุกท่านเห็นในหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น XD, XM, XR หรือ XW และสัญลักษณ์อื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ โดยสัญลักษณ์ของตัวอักษรหลังหุ้นที่อยู่ในตระกูล X นั้นจะแสดงถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยผู้ที่ถือหุ้นที่มีตัวอักษรหลังหุ้นในตระกูล X นั้นจะไม่ได้รับสิทธิต่าง ๆ นั่นเอง กล่าวคือ หากผู้ใดซื้อหุ้นในวันที่หุ้นตัวนั้นมีตัวอักษรหลังหุ้นที่อยู่ในตระกูล X ก็จะทำให้ผู้ที่ถือหุ้นนั้นไม่ได้รับสิทธิในเรื่องนั้น ๆ นั่นเอง

ตัวอย่างเช่น 

  • ตัวอักษร หลังหุ้น XD (Excluding Dividend) : ผู้ซื้อนั้นไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล
  • ตัวอักษร หลังหุ้น XR (Excluding Right) : ผู้ซื้อนั้นไม่ได้สิทธิจองซื้อหุ้นออกใหม่
  • ตัวอักษร หลังหุ้น XW (Excluding Warrant) : ผู้ซื้อนั้นไม่ได้สิทธิรับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหลักทรัพย์
  • ตัวอักษร หลังหุ้น XS (Excluding Short-term Warrant) : ผู้ซื้อนั้นไม่ได้สิทธิในการรับใบสำคัญแสดงสิทธิจองซื้อหลักทรัพย์ระยะสั้น
  • ตัวอักษร หลังหุ้น XT (Excluding Transferable Subscription Right) : ผู้ซื้อนั้นจะไม่ได้สิทธิในการรับใบสำคัญแสดงสิทธิสำหรับการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้
  • ตัวอักษร หลังหุ้น XI (Excluding Interest) : ผู้ซื้อนั้นจะไม่ได้สิทธิรับดอกเบี้ย
  • ตัวอักษร หลังหุ้น XP (Excluding Principal) : ผู้ซื้อนั้นจะไม่มีสิทธิสำหรับรับเงินต้นที่บริษัทประกาศจ่ายคืนในคราวนั้น
  • ตัวอักษร หลังหุ้น XA (Excluding All) : ผู้ซื้อนั้นจะไม่ได้สิทธิทุกประเภทที่ทางบริษัทได้ประกาศให้ในคราวนั้น
  • ตัวอักษร หลังหุ้น XE (Excluding Exercise) : ผู้ซื้อนั้นจะไม่ได้สิทธิในการนำตราสารสิทธิเพื่อไปแปลงสภาพเป็นหุ้นอ้างอิง
  • ตัวอักษร หลังหุ้น XM (Excluding Meetings) : ผู้ซื้อนั้นจะไม่มีสิทธิในการเข้าประชุมผู้ถือหุ้น
  • ตัวอักษร หลังหุ้น XN (Excluding Capital Return) : ผู้ซื้อนั้นจะไม่มีสิทธิในการรับเงินคืนจากการลดทุนนั่นเอง
  • ตัวอักษร หลังหุ้น XB (Excluding Other Benefit) : ผู้ซื้อนั้นจะไม่ได้สิทธิจองซื้อหุ้นออกใหม่ ในกรณีต่อไปนี้
    •  สิทธิจองซื้อหุ้นบุริมสิทธิที่มีการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญ
    •  สิทธิจองซื้อหุ้นสามัญที่ถูกจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ
    •  สิทธิในการจองซื้อหลักทรัพย์ที่มีการเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทนั่นเอง
    •  สิทธิสำหรับจองซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทในเครือบริษัท

และนอกจากตัวอักษรหลังหุ้นที่อยู่ในตระกูล X แล้ว ในชาร์mที่แสดงหุ้นนั้นยังได้ปรากฏตัวอักษรหลังหุ้นในรูปแบบอื่น ๆ อีกด้วย

ตัวอักษรหลังหุ้น ที่เป็นการเตือนหรือให้ผู้ถือหุ้นนั้นระมัดระวัง 

สำหรับตัวอักษรหลังหุ้นในรูปแบบถัดมาที่เราได้นำมาให้ผู้ชมทุกท่านได้รู้จักกันได้แก่ ตัวอักษรหลังหุ้นที่แสดงถึงการเตือนหรือให้ผู้ที่กำลังซื้อหุ้นนั้นระมัดระวังนั่นเอง โดยตัวอักษรหลังหุ้นประเภทนี้นั้นอาจจะทำให้ผู้ที่กำลังจะซื้อหุ้นนั้นตัดสินใจได้อย่างแน่วแน่มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจซื้อหุ้นหรือตัดสินใจขายหุ้นนั่นเอง โดยตัวอักษรหลังหุ้นในประเภทนี้จะมีอะไรบ้างนั้นเราไปติดตามดูกันเลย 

  • ตัวอักษรหลังหุ้น H (Trading Halt) : การห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ชั่วคราว เนื่องจากมีข่าวที่ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น แต่ทางบริษัทนั้นยังไม่ได้แจ้งข้อมูล หรือว่าอยู่ระหว่างรอเปิดเผยข้อมูล ทั้งนี้ยังมีเหตุอื่นที่อาจกระทบต่อการซื้อขายอย่างร้ายแรงอีกด้วย
  • ตัวอักษรหลังหุ้น SP (Trading Suspension) : การห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ชั่วคราว ในขณะที่เกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกับการขึ้นเครื่องหมาย H แต่ทางบริษัทนั้นยังไม่สามารถทำการชี้แจงหรือเปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ฯได้ หรืออาจมีการฝ่าฝืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งไม่ส่งงบการเงินให้ภายในเวลากำหนดนั่นเอง
  • ตัวอักษรหลังหุ้น NP (Notice Pending) : บริษัทนั้นมีข้อมูลที่ต้องรายงาน และทางตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างรอข้อมูลจากบริษัท
  • ตัวอักษรหลังหุ้น NR (Notice Received) : ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้นได้รับการชี้แจงข้อมูลจากบริษัทแล้ว
  • ตัวอักษรหลังหุ้น NC (Non-Compliance) : ทางบริษัทที่เข้าข่ายการถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ นั่นเอง
  • ตัวอักษรหลังหุ้น ST (Stabilization) : หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการซื้อหุ้นเพื่อส่งมอบหุ้นที่จัดสรรเกิน

โดยตัวอักษรหลังหุ้นที่อยู่ในตระกูลนี้นั้นถือว่าเป็นตัวอักษรหลังหุ้นที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก เนื่องจากจะเป็นตัวช่วยที่จะมาคอยเตือนให้กับผู้ถือหุ้นหรือผู้ที่กำลังจะซื้อหุ้นได้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ยังสามารถแสดงถึงเหตุการณ์ของบริษัทที่เกิดขึ้นต่อตลาดหลักทรัพย์อีกด้วย ถือว่าเป็นหนึ่งในตัวอักษรหลังหุ้นที่มีประโยชน์เป็นอย่างมากเลย

อ่านบทความเพิ่มเติม
https://china-investmentcasting.com/หุ้น/

เครดิต
https://google.com

Facebook
Twitter

บทความแนะนำอื่นๆ